อุณหภูมิเศรษฐกิจ

Politics

A+ A A-

เมียนมาร์เลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ดึงลงทุนเพิ่ม

Rate this item
(0 votes)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานบทความ"การเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของเมียนมา 8 พ.ย.  ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น แต่ยังต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน" 

ประเด็นสำคัญ

 -หากการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของเมียนมาในวันที่ 8 พ.ย. 2558 นี้เป็นไปอย่างราบรื่น ประกอบกับแนวโน้มการได้รับสิทธิ GSP คืนจากสหรัฐฯในระยะอันใกล้ ก็จะเป็นปัจจัยหนุนให้นักลงทุนต่างชาติหันมามองเมียนมาในฐานะจุดหมายการลงทุนที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของอาเซียน

          -อย่างไรก็ดี ความท้าทายสำคัญของเมียนมาในขณะนี้ คือ ปัญหาคอขวดด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Bottleneck) เมียนมาจึงต้องเร่งปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพมากขึ้น  เพื่อมิให้เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

          - นับเป็นโอกาสของธุรกิจไทยในการส่งออกสินค้าเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศของเมียนมา เช่น สินค้าวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์การสื่อสาร และสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น รวมทั้งเป็นโอกาสในการขยายฐานการผลิตไปยังเมียนมาเพื่อใช้ประโยชน์จาก GSP ที่เมียนมาได้รับ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น อาทิ อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมการเกษตร และอาหารแปรรูป

 

      ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า (8 พ.ย. 2558) ก็จะถึงวันเลือกตั้งครั้งสำคัญของเมียนมา ซึ่งนับเป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกภายใต้การบริหารของรัฐบาลพลเรือนที่อยู่ในอำนาจมาตั้งแต่ปี 2554 ทั้งนี้ รัฐบาลเมียนมาพยายามสร้างความมั่นใจให้กับนานาประเทศด้วยการแสดงให้เห็นว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนี้จะดำเนินไปอย่างโปร่งใส และยุติธรรมที่สุด

เศรษฐกิจเมียนมามีแนวโน้มเติบโตสูง พร้อมความหวังที่ว่าการเมืองจะมีเสถียรภาพมากขึ้น

 

      

         การดำเนินนโยบายปฏิรูปประเทศของเมียนมานับตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบันส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเมียนมาหลายด้าน โดยเฉพาะการปรับปรุงหลักเกณฑ์การลงทุนที่เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่นักลงทุนต่างชาติ และเมื่อประกอบกับความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ที่ตั้งของประเทศที่เชื่อมโยงประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างจีนและอินเดีย ขนาดประชากรกว่า 50 ล้านคน และการเป็นหนึ่งในสมาชิกอาเซียนที่กำลังเข้าสู่การรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จึงทำให้นักลงทุนจากทั่วโลกต่างมุ่งความสนใจมาที่เมียนมามากขึ้น

          ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า หากการเลือกตั้งในวันที่ 8 พ.ย. 2558 นี้เป็นไปอย่างราบรื่น และสถานการณ์ทางการเมืองของเมียนมามีเสถียรภาพมากขึ้นหลังจากนี้ ย่อมจะส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติหันมาให้ความสำคัญกับเมียนมาในฐานะแหล่งลงทุนที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในอาเซียน รวมทั้งในปัจจุบันเมียนมาได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี (Generalized Scheme of Preferences: GSP) คืนจากสหภาพยุโรปแล้วตั้งแต่เดือนก.ค. 2556 และมีโอกาสได้รับสิทธิ GSP คืนจากสหรัฐฯในอนาคตอันใกล้นี้ภายหลังรัฐสภาของสหรัฐฯ ได้ผ่านร่างกฎหมาย Trade Preferences Extension Act of 2015 ที่ครอบคลุมการต่ออายุ GSP ด้วย สิ่งเหล่านี้จะยิ่งสนับสนุนให้มี FDI หลั่งไหลเข้ามาในเมียนมามากขึ้น และจะเป็นการลงทุนที่มุ่งเน้นไปที่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตมากขึ้น จากเดิมที่ก่อนหน้านี้ FDI ที่เข้ามาจะเป็นโครงการลงทุนในธุรกิจที่อิงกับทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก อาทิ พลังงาน น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และเหมืองแร่ ทั้งนี้ การเข้ามาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการผลิตของต่างชาติจะมีส่วนช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกของเมียนมาในอนาคต และส่งผลให้โครงสร้างการส่งออกของเมียนมาน่าจะมีการโยกย้ายไปสู่ sector ใหม่ๆ เช่น สินค้าอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น จากเดิมที่เน้นการส่งออกสินค้าขั้นต้นเป็นหลัก

      อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่การเปิดประเทศในปี 2553 จนถึงปัจจุบันนั้น เมียนมายังถือว่าอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านของประเทศ ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติรวมทั้งนักลงทุนไทยเองก็ยังมีท่าทีรอดูสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ/การเมืองของเมียนมา และความแน่นอนของกฎระเบียบต่างๆอยู่ มูลค่า FDI ที่เข้ามาเมียนมาในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาจึงไม่ได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้สัดส่วนมูลค่า FDI ที่เข้ามาในเมียนมาต่อมูลค่า FDI รวมของอาเซียนจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0.3 ในปี 2548 เป็นร้อยละ 0.7 ในปี 2557 แต่ยังคงเป็นการลงทุนในธุรกิจที่อิงกับทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก ส่วนการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่เพิ่มขึ้นก็เป็นไปเพื่อตอบสนองผู้บริโภคในประเทศ และเติมเต็มบางส่วนของห่วงโซ่อุปทานของประเทศใกล้เคียงมากกว่าเป็นฐานการผลิตหลักเพื่อการส่งออก เนื่องจากในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับเวียดนามแล้ว จะเห็นว่าเวียดนามยังมีขีดความสามารถทางการแข่งขันที่สูงกว่าเมียนมา แม้จะมีค่าแรงมากกว่าเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ในอนาคตค่าแรงของเวียดนามก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นักลงทุนจึงจำเป็นต้องหาแหล่งลงทุนใหม่ๆที่ทำให้ธุรกิจสามารถรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันไว้ได้ ส่งผลให้เมื่อนั้นเมียนมาก็จะกลายมาเป็นจุดหมายปลายทางของการลงทุนที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้แรงงานเข้มข้น

 

      โครงสร้างพื้นฐาน...คอขวดสำคัญในการเป็นจุดหมายการลงทุนในมียนมา

          เพื่อรองรับการหลั่งไหลของการลงทุนจากต่างประเทศในอนาคต และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจหลังจากนี้ เมียนมาจึงจำเป็นต้องพัฒนาปัจจัยต่างๆในประเทศให้เอื้ออำนวยต่อการลงทุนอย่างเร่งด่วน เนื่องจากความท้าทายสำคัญของเมียนมา ณ ขณะนี้ คือ ปัญหาคอขวดด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Bottleneck) หรือการที่เศรษฐกิจของประเทศเติบโตรวดเร็วกว่าที่โครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคจะสามารถพัฒนาตามได้ทัน ซึ่งในปัจจุบันเมียนมายังรั้งท้ายอาเซียนในการจัดอันดับ Global Competitiveness Index 2014-2015 ของ World Economic Forum ในส่วนของการสำรวจความคิดเห็นด้วยการให้ตัวแทนภาคธุรกิจในประเทศนั้นๆประเมินโครงสร้างพื้นฐานในประเทศโดยรวมเป็นคะแนนตั้งแต่ระดับ 1 (ด้อยพัฒนาที่สุด) จนถึง 7 (ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพ) โดยเมียนมาอยู่ในอันดับที่ 138 จากทั้งหมด 144 ประเทศทั่วโลก และเมื่อดูความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนของแต่ละประเทศกับรายได้รวมต่อหัวของประชากร หรือ GDP per Capita จะพบว่าเมียนมา (จุดสีแดง) ยังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น (เส้นสีแดง) อันจะส่งผลกระทบต่อศักยภาพการเป็นฐานการผลิต และการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวของเมียนมา และจากสถิติของธนาคารโลกพบว่าเมียนมายังมีความพร้อมด้านคุณภาพถนน การเข้าถึงระบบไฟฟ้า โทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ตที่ต่ำอยู่เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน

 

          นอกจากด้านโครงสร้างพื้นฐาน อีกหนึ่งความท้าทายของเมียนมา คือ การปรับปรุงความมีประสิทธิภาพของภาครัฐ สะท้อนจากดัชนีชี้วัดการเป็นประเทศที่ง่ายต่อการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) ซึ่งจัดทำโดยธนาคารโลกที่ให้เมียนมาอยู่ในอันดับที่ 177 จากทั้งหมด 189 ประเทศ โดยเฉพาะในหมวดของการจัดตั้งธุรกิจที่เมียนมารั้งอันดับสุดท้าย (อันดับที่ 189) แสดงให้เห็นว่าการทำธุรกิจในเมียนมายังมีอุปสรรคอยู่มาก กระนั้น ในขณะนี้รัฐบาลเมียนมาเองก็มีความพยายามอย่างเต็มที่ที่จะแสดงให้เห็นว่าเมียนมามีการเตรียมพร้อมรองรับการเข้ามาของ FDI อาทิ การเปิดให้ธนาคารต่างชาติเข้ามาเปิดสาขาในประเทศ และความร่วมมือระหว่างรัฐบาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนก่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ

          ทั้งนี้ การพัฒนาประเทศในด้านต่างๆของเมียนมาได้เปิดโอกาสให้กับธุรกิจไทยในการส่งออกสินค้าไปเมียนมามากขึ้น เช่น สินค้าวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์การสื่อสาร และสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการส่งออกสินค้าไปขายในเมียนมาต้องยอมรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากการแข่งขันด้านราคากับสินค้าจากจีน ดังนั้น การพัฒนาและออกแบบให้สินค้ามีรูปแบบที่หลากหลาย เน้นคุณภาพและมาตรฐานการผลิต โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคในประเทศยังเป็นจุดเด่นที่สามารถแข่งขันได้ นอกจากนี้ การที่เมียนมาได้สิทธิ GSP กลับคืนมาก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งสำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายฐานการผลิตไปยังเมียนมาเพื่อใช้ประโยชน์จากระบบ GSP โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมการเกษตร และอาหารแปรรูปในห้วงเวลาที่ไทยไม่ได้รับสิทธิ GSP จากประเทศพัฒนาแล้วอีกต่อไป แต่ยังต้องคำนึงถึงความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ส่งผลต่อต้นทุนธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ ในระยะนี้ ผู้ประกอบการไทยจึงควรขยายธุรกิจเข้าไปในพื้นที่ที่เป็นเมืองใหญ่ๆของเมียนมาก่อน อาทิ พื้นที่รอบเมืองย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ หรือในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีความพร้อมแล้วอย่างติละวา ส่วนในระยะถัดไปนั้น การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดีที่เชื่อมกับอำเภอแม่สอดของไทยก็จะเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีศักยภาพในอนาคต รวมไปถึงการมองไปข้างหน้าในระยะยาวอย่างการเข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายซึ่งจะอยู่ห่างจากกรุงเทพฯเพียง 300 กม.

 

         

 

ทรงเกียรติ ชาติวัฒนานนท์

สื่อมวลชนและนักจัดรายการวิทยุด้านเศรษฐกิจที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงข่าวเศรษฐกิจ เป็นเวลานาน จะมารายงานและวิเคราะห์สถานะการณ์ทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านทางเว็บไซต์และรายการวิทยุ "อุณหภูมิเศรษฐกิจ" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-9.00 น. สถานีวิทยุ FM102

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated.Basic HTML code is allowed.

Thailand Stock Index

ข้อมูลล่าช้า 15 นาที 11/12/2562 เวลา 14:44:03
  ปริมาณ (สัญญา) สถานะคงค้าง*
รวมทั้งตลาด 199,922 3,626,821
Futures 197,319 3,550,288
SET50 Index 114,408 365,595
Sector Index - -
Single Stock 71,334 3,065,182
Precious Metal 10,801 87,447
- GF10 2,224 37,079
- GF50 33 2,238
- Gold Online 8,544 48,130
Deferred Precious Metal 9 24
- GOLD-D 9 24
Currency 767 32,012
Interest Rate - -
Agriculture - 28
Options 2,603 76,533
SET50 Index (Call) 1,266 42,192
SET50 Index (Put) 1,337 34,341
Put/Call 1.06 0.81
* Day Session: สถานะคงค้าง ณ Night Session ของวันก่อนหน้า
   Night Session: สถานะคงค้าง ณ Afternoon Session ของวันปัจจุบัน
SET50 Index Futures
S50Z19 1,047.50 +0.60
S50F20 1,048.40 +1.70
S50G20 - -
S50H20 1,043.90 +0.40
S50M20 1,040.00 +0.10
S50U20 1,033.40 -0.30
สถานะคงค้างณ วันที่ 365,595
ปริมาณ (สัญญา) 114,408
สรุปมูลค่าการซื้อขายสิ้นวัน
All Futures
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 123,910 114,521 +9,389
ต่างชาติ 153,757 126,887 +26,870
ในประเทศ 216,201 252,460 -36,259
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
SET50 Index
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 43,272 40,962 +2,310
ต่างชาติ 61,657 64,947 -3,290
ในประเทศ 83,176 82,196 +980
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Sector Index
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน - - -
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ - - -
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Single Stock
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 68,565 62,083 +6,482
ต่างชาติ 84,965 48,017 +36,948
ในประเทศ 107,139 150,569 -43,430
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Precious Metal
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 9,942 10,544 -602
ต่างชาติ 7,135 13,923 -6,788
ในประเทศ 25,227 17,837 +7,390
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Deferred Precious Metal
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 402 422 -20
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ 22 2 +20
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Currency
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 1,293 78 +1,215
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ 637 1,852 -1,215
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Interest Rate
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน - - -
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ - - -
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Agriculture
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 436 432 +4
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ - 4 -4
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Options Call
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 531 843 -312
ต่างชาติ - 1 -1
ในประเทศ 2,749 2,436 +313
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Options Put
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 1,549 1,083 +466
ต่างชาติ 115 7 +108
ในประเทศ 2,388 2,962 -574
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ

ข้อมูลล่าช้า 15 นาที 11/12/2562 เวลา 14:44:03
  ปริมาณ (สัญญา) สถานะคงค้าง*
รวมทั้งตลาด 199,922 3,626,821
Futures 197,319 3,550,288
SET50 Index 114,408 365,595
Sector Index - -
Single Stock 71,334 3,065,182
Precious Metal 10,801 87,447
- GF10 2,224 37,079
- GF50 33 2,238
- Gold Online 8,544 48,130
Deferred Precious Metal 9 24
- GOLD-D 9 24
Currency 767 32,012
Interest Rate - -
Agriculture - 28
Options 2,603 76,533
SET50 Index (Call) 1,266 42,192
SET50 Index (Put) 1,337 34,341
Put/Call 1.06 0.81
* Day Session: สถานะคงค้าง ณ Night Session ของวันก่อนหน้า
   Night Session: สถานะคงค้าง ณ Afternoon Session ของวันปัจจุบัน
SET50 Index Futures
S50Z19 1,047.50 +0.60
S50F20 1,048.40 +1.70
S50G20 - -
S50H20 1,043.90 +0.40
S50M20 1,040.00 +0.10
S50U20 1,033.40 -0.30
สถานะคงค้างณ วันที่ 365,595
ปริมาณ (สัญญา) 114,408
สรุปมูลค่าการซื้อขายสิ้นวัน
All Futures
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 123,910 114,521 +9,389
ต่างชาติ 153,757 126,887 +26,870
ในประเทศ 216,201 252,460 -36,259
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
SET50 Index
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 43,272 40,962 +2,310
ต่างชาติ 61,657 64,947 -3,290
ในประเทศ 83,176 82,196 +980
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Sector Index
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน - - -
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ - - -
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Single Stock
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 68,565 62,083 +6,482
ต่างชาติ 84,965 48,017 +36,948
ในประเทศ 107,139 150,569 -43,430
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Precious Metal
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 9,942 10,544 -602
ต่างชาติ 7,135 13,923 -6,788
ในประเทศ 25,227 17,837 +7,390
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Deferred Precious Metal
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 402 422 -20
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ 22 2 +20
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Currency
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 1,293 78 +1,215
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ 637 1,852 -1,215
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Interest Rate
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน - - -
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ - - -
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Agriculture
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 436 432 +4
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ - 4 -4
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Options Call
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 531 843 -312
ต่างชาติ - 1 -1
ในประเทศ 2,749 2,436 +313
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Options Put
ณ วันที่ 09/12/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 1,549 1,083 +466
ต่างชาติ 115 7 +108
ในประเทศ 2,388 2,962 -574
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ

 

© สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2549 ข้อมูลภายในเว็บไซต์ www.biztempnews.com

Register

User Registration